My Dolls

posted on 14 Mar 2011 09:16 by zanakochang
ช่วงนี้มีงานอดิเรกใหม่ทำคือการถักตุ๊กตา ซึ่งกำลังเห่อสุดๆ ว่างเป็นต้องหยิบโครเชท์ขึ้นมาถักๆๆ ตลอด ลองมาชมผลงานบางส่วนกันเลยนะคะCool
 
น้องหมีอวบ
 
 
นู๋ดำ
 
 
น้องจีเซล
 
 
น้องกุ๊กไก่
 
 
เจ้าสาวแสนสวย
 
 
เจ้าบ่าวมาแล้วจ้า
 
 
Big head rabbit

Missing....ความทรงจำสีจางๆ

posted on 04 Feb 2009 12:07 by zanakochang

 

การกลับไปเยี่ยมตากับยาย แต่ละครั้ง

ฉันรู้สึกว่า ตากับยายตัวเล็กลงจัง.....เล็กลงๆ ทุกที

ภาพตากับยายที่แข็งแรงไม่เคยเจ็บป่วย

ตากับยาย ที่มักจะตื่นแต่เช้าตรู่ มาทำงาน

ภาพของยายที่ตื่นตั้้งแต่ตี4 เพื่อลุกมาหุงหาอาหาร

ไปทำบุญที่วัดในทุกวันพระยังคงติดอยู่ในความทรงจำของฉัน

แต่ในวันนี้ ฉันกลับเห็นภาพของตากับยายทีแก่ชราลงมาก

ผิวหนังทั่วร่างกายเหี่ยวย่นและผอมลงกว่าแต่ก่อน

แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปจากทั้งคู่คือความรัก ความห่วงใยที่มีให้กัน

ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จนตราบถึงทุกวันนี้

น้อยครั้งนักที่ฉันจะเห็นทั้งคู่ทะเลาะกัน

อาจจะเป็นเพราะตาเป็นคนที่ใจเย็นมากๆ

ในขณะที่ยายใจร้อน......แต่เมื่อมีฝ่ายนึงเย็น อีกฝ่ายก็จะสงบลงได้

ฉันว่าถ้าคู่รักทุกคู่เป็นได้แบบนี้ก็คงจะดี

ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีการหย่าร้างจนทำให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆตามมา

อีกสิ่งนึงที่ฉันคิดว่ามันไม่ได้หายไปจากตากับยายคือความใจดี

แม้วันนี้สายตาของคนทั้งคู่จะฝ้าฟางไปตามกาลเวลา

แต่ฉันก็ยังสามารถมองเห็นความเมตตาจากสายตาของทั้งคู่ 

และฉันก็รู้ว่าหลานๆทุกคนมองเห็น และสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกตลอดมา

 

 

ในวัยเด็ก.....ยายจะพาฉันไปวัดด้วยถ้าตรงกับวันหยุดเรียน

ฉันไม่รู้ว่าชอบไปวัดตั้งแต่เมื่่อไหร่

รู้ตัวอีกที ฉันก็คอยติดสอยห้อยตามยายไปวัดในเกือบทุกๆวันพระ

จริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะฉันติดยายก็ได้ ทำให้ฉันไปกับยายในทุุกๆที่

 

เวลาไปวัด เราจะเดินไป.......

วัดซึ่งไม่ได้อยู่ใกล้บ้านนักแต่ก็ไกลพอดูสำหรับการต้องเดินไป

แต่เด็กอย่างฉันในตอนนั้นก็ไม่เคยบ่นว่าเมื่อยที่ต้องเดินไกลขนาดนั้น

เราออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลก

หรือรู้สึกว่าไกล เพราะบ้านอื่นๆ ก็เดินไปเหมือนเรา

 

ฉันจำได้ดี ถึงอากาศที่หนาวเหน็บของยามเช้า

.......กลิ่นของควันไฟที่ลอยอ้อยอิ่งมาจากหลังคาห้องครัวของทุกๆบ้าน

เราตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวไปวัด

เด็กๆ อย่างพวกเราก็พลอยสนุกไปด้วย ที่ได้ไปวัด

ตอนแรกๆ ฉันจะอิดออดนิดหน่อย ยายต้องปลุกหลายครั้ง

กว่าที่จะลากฉันออกมาจากที่นอนได้

ก็อากาศในหน้าหนาวตอนเช้าๆมันหนาวมากจริงๆ

ถ้าใครเคยไปภาคเหนือในช่วงหน้าหนาวคงจำได้

ถ้าฉันไม่ตื่น ยายก็จะบ่นว่าไปสายอายคนเค้า

เดี๋ยวคนก็จะมองว่าเราเป็นคนขี้เกียจ ตื่นสาย

ฉันไม่อยากฟังยายบ่นเลยจำใจต้องตื่น

และนิสัยตื่นเช้าก็ติดตัวฉันมาจนทุกวันนี้........

 

ยายฉันไม่เคยมีนาฬิกาปลุก

และฉันคิดว่ายายก็คงจะไม่เคยคิดอยากจะมี

เพราะยายสามารถตื่นได้ตามเวลาที่ต้องการ

เหมือนมีนาฬิกาปลุุกอยู่ในตัว.......

ยายจะตื่นเช้าเป็นพิเศษถ้าเป็นวันพระและวันที่ต้องไปขายของที่ตลาด

แต่ถึงไม่ได้ไปไหน ฉันก็ยังเห็นตากับยายตื่นเช้ากันอยู่ดี

 

เวลาไปขายของยายก็ต้องหนีบฉันไปด้วยอีกเช่นเคย

ฉันจะเป็นคนหิ้วตะกร้าเดินตามยายซื่งหาบผักสดๆอยู่เต็มหาบ

แผงผักในตลาดเช้า ก็จะเป็นแผงที่แบกับดิน

เมื่อจัดแผงเสร็จ ฉันก็จะรับหน้าที่เป็นแม่ค้าน้อยที่คอยเรียกลูกค้าให้มาช่วยซื้อ

บางครั้งถ้าสายแล้ว และดูเหมือนผักจะขายไม่หมด ยายก็จะให้ฉันคอยเรียกลูกค้า

การตลาดของฉันคือตะโกนเรียกคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ว่าช่วยซื้อหน่อย 3 กำ 5 บาท

นึกถึงตอนนี้แล้วผักเราขายถูกอย่างเหลือเชื่อ

บางครั้งเราก็เอาผักไปแลกของอย่างอื่นที่สวนเราไม่มี

ป้าๆแม่ค้าบางคนก็ใจดี ให้ขนมฉันมากินฟรีๆก็มี

 

ผักของยายก็จะเป็นผักสดๆ ที่เพิ่งเก็บมาในตอนเย็น

และล้างจนสะอาดใช้ตอกมัดเป็นกำๆ

ที่สำคัญผักของยายยังปลอดจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย 

ในระหว่างที่ฉันนั่งเฝ้าร้าน ยายก็จะเดินไปซื้อกับข้าว

พอยายกลับมา ฉันก็จะไปเดินหาข้าวกินก่อนที่จะเตรียมตัวไปโรงเรียน

วันไหนไปช่วยยายขายผัก แล้วขายได้เยอะเป็นพิเศษ

ยายจะใจดีให้เงินค่าขนมไปโรงเรียนเยอะกว่าปกติ ทำให้ฉันดีใจยิ้มแก้มปริ

แล้วฉันก็จะไม่อิดออดที่จะต้องตื่นเช้าไปขายผักอีกเลย

 

พอสายฉันจะเป็นคนเอาของที่ยายซื้อมาไปให้ตาทำกับข้าว

ก่อนที่จะแต่งตัว และปั่นจักรยานไปโรงเรียน

พอยายกลับมาจากตลาด ก็จะได้กินข้าวเช้าได้ทันที

ตาเป็นคนมีฝีมือในการปรุงอาหาร และเป็นมือหนึ่งในการทำกับข้าวของบ้านเรา

.....................................................................................

ภาพเหล่านี้ ยังคงอยู่ในความทรงจำของฉัน

แต่ในวันนี้.....วันที่ฉันเติบโตขึ้น

และด้วยภาระหน้าที่...........

ทำให้ฉันต้องละทิ้งบุคคลที่ฉันรักไว้ข้างหลัง

วันนี้..........ฉันก้าวออกมาจากบ้าน

เพื่อมาทำในสิ่งที่คิดว่าจะช่วยให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวดีขึ้น

ในวันนี้.....ฉันกลับไม่แน่ใจแล้วว่าฉันคิดถูกหรือผิดที่มาทำงานไกลบ้าน

บางครั้ง ฉันรู้สึกว่าไม่ได้ดูแลตากับยาย ให้ดีเท่าที่ควรจะเป็น

เวลาผ่านไป.....หลายปีแล้ว ตั้งแต่ฉันจากบ้านมา 

เวลานอกจากจะทำให้ตากับยายของฉันตัวเล็กลง

ยังทำให้ตากับยายของฉันอ่อนแอลงอีกด้วย

ปีก่อน....ตาลื่นล้มทำให้กระดูกก้นกบหัก

ทำให้ทุกวันนี้ตาเดินได้ไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อน

จะไปไหนต้องใช้เครื่่องพยุง

ยาย เริ่มปวดเข่ามากขึ้น.....

และต้องใช้ไม้เท้าเวลาเดิน.....

ฉันอยากกลับไปอยู่ดูแลท่านทั้งสอง

แต่ด้วยหน้าที่การงาน และภาระที่ต้องรับผิดชอบ

ฟังดูเหมือนเป็นข้ออ้าง แต่ใครจะรู้ ว่าในจิตใจฉันลึกๆแล้ว

ฉันไม่อยากอยู่ห่างบ้านเหมือนอย่างทุกวันนี้....อีกแล้ว

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันก็คงจะไม่เลือกทางเดินชีวิตแบบนี้

แต่ในเมื่อเราไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้

สิ่งที่ฉันคิดว่าจะทำตอนนี้คือการพาท่านทั้งสองคนมาอยู่ด้วย

แต่ฉันยังไม่แน่ใจว่า ทั้ง 2 คนจะใจอ่อน

และยอมทิ้งบ้านที่คุ้นเคย มาอยู่บ้านหลังใหม่หรือเปล่า

กลับไปเยี่ยมตากับยายคราวนี้

ฉันได้แต่ภาวนาว่า ตากับยาย

จะใจอ่อนมาอยู่กับเรา............ซะที

 

เธอเป็น...แรงบันดาลใจ

posted on 05 Jan 2009 13:17 by zanakochang  in Song

 

ฉันอยากขอบคุณเธออีกครั้ง

...........ที่มีกันตลอดมา

แม้เวลาจะผ่านจะพ้นไปกี่ปี

.....เรามีกัน ไม่มีคำอธิบาย......

เพราะสองคนเราเข้าใจ

..........ไม่ต้องมีอะไรมากกว่านี้

โลกใบนี้.....คงสดใส

เพราะว่ามีเธออยู่ข้างกัน

ทำให้เราได้มีกันจนวันนี้.........

เธอ......เป็นแรงบันดาลใจ

เธอ......เป็นไฟที่ทำให้ใจฉันสว่าง

แม้วันที่.....ฉันล้ม.......ฉันพลั้ง

..........ฉันต้องผิดหวัง

ฉันรู้ว่า..........มีเธอยืนอยู่ข้างกัน

เธอ.........เป็นแรงบันดาลใจ

และไม่มีคำๆ ใด............

จะอธิบายได้ดีไปกว่านี้

และมีเพียงคำๆ เดียว..........

และมีเพียงคำๆ นี้............

อยากตอบแทนให้กับเธอ.............ที่หวังดี

.......ขอบคุณจากหัวใจ